RSS

ปลาไหลเผือก

ว่านปลาไหลเผือก สมุนไพรคู่ใจนาย พราน คู่กายชายชาตรี

“ ยาอายุวัฒนะ เสริมพลังชีวิต”ผลจากการวิจัยเป็นสมุนไพรไทยที่ออกฤทธิ์ในทางยา

จนได้รับสมญานาม ใช้บำบัดอาการของ “โรคร้อยชนิด ” เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีรายงานข่าวจาก
หนังสือพิมพ์ “นิวเสตรไทม์ ” ของประเทศมาเลเซียออกมาประโคมข่าวถึงสรรพคุณ

และมี นพ. DR.John Molm saod มหาวิทยาลัยมาเลเซียได้ออกมารับรองผลการพิสูจน์
ถึงสรรพคุณ ที่พิเศษไม่เหมือนพืชสมุนไพรชนิดอื่น คือช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
และยังเป็นสารที่ประโยชน์ต่อการพัฒนาการของอวัยวะเพศ และบำรุงสมองของมนุษย์ อีกด้วย

ผลการพิสูจน์จากห้องวิจัย ยังพบว่ามีคุณสมบัติทางการแพทย์หลายประการด้วยกัน คือ สรรพคุณดังกล่าว
ได้แก่ทำให้ร่างกายมีกำลังขึ้น อดทนและแข็งแกร่งมากขึ้นเป็นเสมือนยา เพิ่มพลังทางเพศที่ดีที่สุดตามธรรมชาติ
มีคุณสมบัติต้านไวรัส, ต่อต้านโรคไข้มาลาเรีย, ลดอาการไข้ขึ้นสูง,  ต้านโรคของอาการภูมิแพ้ ต่าง ๆ , ต้านความเครียดและลดอารมณ์กังวล ต่อต้านการเป็นพิษต่อเซลล์เนื้อเยื่อ ( ต้านเซลล์มะเร็ง ) ลดความดันโลหิตสูง
บำบัดโรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหาร เช่นโรคลำไส้, โรคกระเพาะอาหาร,  ต่อต้านอนุมูลอิสระ,
กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและมีสรรพคุณเหนือกว่าไวอากร้า

ประโยชน์ทางสมุนไพร :

ใช้ในการรักษา อาการข้อเสื่อม โดยเข้าไปในกระบวนการเมตาบอลิซึมของคอลลาเจน เพื่อซ่อมแซม เอ็นต่างๆ(tendon),ligament,cartilac ที่เสื่อม(เช่นรูมาติก,อาร์ทิสติก) ,Pariodontal,ghout และอื่นๆ เช่นปวดข้อในหญิงวัยหมดประจำเดือน ใช้บำรุงเซ็กซ์ เสริมสมรรถภาพทางเพศ และช่วยเพิ่มจำนวนตัวสเปิร์มในน้ำอสุจิ เพิ่มความแข็งแรงและความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวของตัวสเปิร์ม  นอกจากนี้ ยังช่วยในการรักษาโรคต่างๆ โดยเข้าไปเสริมสารต่างที่มีผลต่อโรคนั้นเช่น กระเพาะอาการอักเสบ ลดไข้ หอบหืด สร้างสมดุลให้กับฮอร์โมนเพศหญิง

หมายเหตุ:
สามารถใช้ได้กับทุกกลุ่มอายุ โดยไม่มีผลข้างเคียง แต่เนื่องจาก เป็นสมุนไพร ที่ร้อน ดังนั้นจึง ควรเริ่ม ด้วยขนาดต่ำๆก่อน แล้ว ค่อยเพิ่มปริมาณ ตามพยาธิสภาพ ของโรค และร่างกายของผู้ป่วยมีฤทธิ์เป็นยาระบาย ดังนั้นควรดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อทดแทนน้ำที่ขับออกมา

งานวิจัยที่สำคัญขั้นพื้นฐาน

ปลาไหลเผือกหรือตองกาทอาลี กับงานวิจัยมะเร็งและเอชไอวี

ได้ศึกษาโดยสำนักเภสัชวิทยา คณะเภสัชและยา มหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้ค้นพบคุณสมบัติในการต่อต้านการเกิดมะเร็งโดยการแยกหรือสกัดปฏิกิริยาการต่อต้านการเกิดเม็ดโลหิตขาวเป็นพิษจากปลาไหลเผือกหรือตองกาทอาลี ก่อนหน้านั้นมีผลการศึกษาจากสถาบันMIT ที่สนับสนุนและควบคุมโดยรัฐบาลมาเลเซีย พบส่วนประกอบของเคมีบางตัวจากรากปลาไหลเผือก หรือตองกาทอาลีที่โชว์คุณสมบัติในการต้านการเกิดมะเร็งและต้านปฏิกิริยาการเกิดเอชไอวี ปลาไหลเผือกหรือตองกาทอาลีบางทีอาจช่วยผู้ป่วยที่เป็นโรคเอชไอวีโดยการรักษาสภาพความสมบูรญ์ของฮอร์โมนในร่างกายและส่งเสริมหรือให้พลังงานแก่ร่างกายที่มีสภาพอ่อนล้าจากเอชไอวี
ปลาไหลเผือกหรือตองกาทอาลีกับระดับเอนโดเจน

คนทั่วไปมักจะรู้จักฮอร์โมนเอนโดเจน เช่น ดีเอชอีเอ,เทสทอสเตร์โรน และโปรเจสเตอร์โรน ว่าฮอร์โมนเหล่านี้จะมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับสภาพหรือประสิทธิภาพเรื่องเซ็กซ์ และบทบาทของเซ้กซ์ แต่อย่างไรก็ตามก็เป็นที่ทราบกันดีว่า ออร์โมนเหล่านี้ยังมีบทบาทที่ขาดไม่ได้ในการควบคุมเรื่องพลังงาน การสร้างกล้ามเนื้อ น้ำหนัก อารมณ์ดี การสร้างไขกระดูก และระบบการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ระดับแอนโดเจนจะมีสภาวะที่ลดต่ำลงทั้งในชายและหญิง ระดับเทสทอสเตอโรนเองก็ลดลงตามอายุ จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์หรือแพทย์พบว่า เทสทอสเตอร์โรนจะมีระดับสูงสุดเมื่ออายุราวๆ 20 ปี และในบั้นปลายของชีวิตจะมีระดับเทสทอสเตอร์โรนเพียง 20%-50%เมื่ออายุ 80 ปี โดยเฉลี่ยแล้วจะลดลง 2% ต่อปี ผู้ชายทั่วไประดับเทสทอสเตอร์โรนจะเริ่มลดลงจนถึงระดับ 350 ng/ml เป็นระดับที่ประสิทธิภาพทางกายต่ำเมื่อมีอายุช่วง 50-60 ปี โดยปรกติทั่วไปเทสทอสเตอร์โรน ควรจะมีอยู่ในเลือดที่ระดับ 500-1,100 ng/ml เพื่อการบำบัดก็ควรจะมีระดับอยู่ราว 1500ng/ml

ส่วนผู้หญิง ภายในรังไข่จะรับผิดชอบในการผลิตเทสทอสเตอร์โรน ประมาณ 40% ของทั้งหมดที่ผลิตได้จากร่างกาย เมื่อระดับเทสทอสเตอร์โรนลดลง จะมีอาการอ่อนล้า น้ำหนักเพิ่ม สมรรถนะทางกาย พลังงาน และอารมณ์ต่ำลง ที่สำคัญจะขาดความต้องการทางเพศ ปลาไหลเผือกจะเป็นตัวช่วย ให้ระบบต่อมไร้ท่อมีความสมบูรณ์ในการผลิตแอนโดเจน


ปลาไหลเผือกกับคุณสมบัติการกระตุ้นกามารมณ์

ปลาไหลเผือกกระตุ้นให้อัณฑะผลิตเทสทอสเตอร์โรนมากขึ้นด้วยตัวเอง โดยการส่งสัญญานไปที่ระบบประสาทส่วนกลางและต่อมพิททุอิทารี่ ไม่ใช่เป็นการให้ฮอร์โมนสังเคาะห์ ร่างกายเราสามารถรับเอาเทสทอสเตอร์โรนสังเคาะห์ได้ แต่ไอ้เจ้าฮอร์โมนสังเคาะห์จะเป็นตัวค่อยขัดขวางระบบต่างๆทางเพศ เป็นเหตุให้เจ้าโลกและอัณฑะของเราเหี่ยวเฉาลง เพราะว่าเมื่เทสทอสเตอร์โรนมีระดับ(เทียม)สูงขึ้น ฮอร์โมนเพศ( แอนโดเจน และ เอสโทรเจน) จะส่งสัญญานไปให้ร่างกายสั่งลดระดับหรือหยุดการผลิตเทสทอสเตอร์โรนเองของร่างกายลง เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า negative feedback หรือ “การสนองตอบด้านลบ” ปลาไหลเผือกจะขัดขวางปฏิกิริยานี้ไม้ให้ไปยังระบบประสาทส่วนกลางและต่อมพิททุอิทารี่ รับรู้เพื่อเหตุผลที่ต้องการให้ร่างกายยังคงผลิตและยกระดับเทสทอสเตอร์โรน ทำให้อัณฑะสามารถผลิตเทสทอสเตอร์โรนได้เต็มหน้าที่และขีดความสามารถ เจ้าโลกและอัณฑะของท่านก็จะมีการเพิ่มขนาดที่ใหญ่โตขึ้น(ยืนยันว่าจริง)
ปลาไหลเผือกกับการเพิ่มพลังงาน

พลังงานในร่างกายเราถูกสะสมอยู่ในรูปของ ATP (adenosine triphosphate) ซึ่งเป็นโมเลกุลที่มีพลังงานสูงมาก ถูกใช้โดยร่างกายเพื่อที่จะทำกิจกรรมต่างๆ จากการศึกษาและทดลองกับสัตว์ ปลาไหลเผือกมีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงขบวนการผลิตพลังงานท่ามกลางปฏิกิริยาเรืองแสงภายในระบบเซลหรือในไมโตรคอนเดรีย (ชักจะลึก) ด้วยเหตุผลนี้ ปลาไหลเผือกสามารถที่จะนำมาบริโภคเพื่อกระตุ้นหรือยกระดับของพลังงาน ด้วยเหตุนี้เราจึงสามารถเอาชนะความเฉื่อยชา และความเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดี นอกจากการเพิ่มพลังงานปลาไหลเผือกยังดูเหมือนว่าช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญอาหารเพื่อให้เกิดพลังงานอีกด้วยปัจจัยเหล่านี้จึงทำให้เรารู้สึกมีอาการร้อนจากตามตัวจากการบริโภคปลาไหลเผือกครับผม
ปลาไหลเผือกกับความสมบูรณ์ของเสปิร์ม

จากการศึกษาพบว่า รากปลาไหลเผือกตัวเสปิร์มดีและแข็งแรง มีการเพิ่มขึ้นของจำนวนตัวอสุจิ ขนาด และความเร็วในการเคลื่อนที่ด้วย จากงานวิจัยการทดสอบกับหนูพบว่ามากเป็นเท่าตัว
ปลาไหลเผือกกับปฏิกิริยาต่อต้านอนุมูลอิสระ

การศึกษาที่เกี่ยวข้องหลายๆครั้งที่ผ่านมาโดยนักวิจัยชาวมาเลเซีย พบว่า รากปลาไหลเผือกประกอบไปด้วย Superoxide dimutase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระนั้นคือความสามารถในการหยุดยั้งปฏิกิริยาลูกโซ่ที่จะเป็นโทษต่อร่างกายเรา และทำให้ชะลอความชราลงได้

หลากหลายตำนาน หลากหลายป่า ของ ปลาไหลเผือก

ปลาไหลเผือก

สมุนไพรที่ใช้เปรียบเสมือนไม้เท้าของท่านอาลี …แสดงถึงความทรงพลังและความมีอายุยืนชาวไทยมุสลิมภาคใต้จะเรียกปลาไหลเผือกว่า ตงกัท อาลี (Tongkat Ali)ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับที่คนมาเลเซียเรียกกัน ตงกัทแปลว่าไม้เท้า อาลีคือ นักรบที่เก่งกล้า มีพละกำลังแข็งแกร่งในประวัติศาสตร์ของศาสนาอิสลาม ท่านอาลีรบเคียงข้างมากับท่านศาสดานบีมูฮำหมัด (ซ.ล)  ดังนั้นชื่อ ตงกัทอาลี จึงมีความหมายถึงความทรงพลังและความมีอายุยืน จากการเรียกชื่อเช่นนั้นทำให้เชื่อกันว่าปลาไหลเผือกเป็นสมุนไพรที่มีการใช้มานานนับพันปีแล้ว ชุมชนในสามจังหวัดภาคใต้นิยมนำทั้ง แก่นและรากของตงกัทอาลีมาต้มน้ำกินวันละ ๓-๔ ครั้งและก่อนนอน ถือเป็นยาโด๊บชั้นยอด สามารถบำรุงกำลังและบำรุงสมรรถภาพทางเพศได้ด้วย แม้จะมีรสขมจัดก็ตาม นอกจากต้มกินแล้วบางคนยังใช้ทำเป็นชา ชงกินต่างใบชา เพื่อบำรุงกำลัง นอกจากจะใช้ประโยชน์ในการเป็นยาโด๊บแล้ว ตงกัท อาลียังใช้ต้มกินเพื่อป้องกันและรักษาไข้ป่า แก้ปวดเมื่อย แก้ปวดทั่วไป

 

ปลาไหลเผือก…สมุนไพรเพิ่มพลังของพรานไพร และนายฮ้อย

พ่อสมจิต ตีเหล็ก ลูกชายหมอยา ปู่อ่ำ ตีเหล็ก จากจังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันพ่อสมจิตมีอายุ ๗๔ ปีพ่อเล่าว่าสมัยก่อนนายฮ้อย หรือผู้ต้อนฝูงควายตระเวนขายตามหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศไทย ต้องร่อนเร่ข้ามเขา ข้ามห้วย บางครั้งต้องเดินทางผ่านป่าผ่านดงเป็นเดือนๆ สมุนไพรบบำรุงกำลังที่คู่มากับการเดินทางไกลและยาวนานก็คือ ปลาไหลเผือก พวกนายฮ้อยจะใช้รากปลาไหลเผือกต้มน้ำดื่มช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง อดทน คลายอาการปวดเมื่อยป้องกันและรักษาอาการไข้ขึ้นระหว่างเดินทาง ทำให้แผลหายเร็วขึ้นด้วยและยังใช้รากปลาไหลเผือกผสมกับสมุนไพรโลดทะนงแดง ทารกวัวรกควายเพื่อเบื่อหมาในที่มักชอบมาขโมยลูกวัวลูกควายคลอดใหม่ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการดื่มน้ำต้มรากปลาไหลเผือกนอกจากเพื่อบำรุงกำลังให้ข้ามเขาข้ามห้วยได้แล้ว ยังกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี บรรเทาอาการผื่นคันบริเวณผิวหนังส่วนพ่อบุญมี ได้ฤกษ์ พรานไพรแห่งป่าเขาใหญ่ (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว)เคยเล่าให้ฟังว่า ในการเดินป่านั้นจะขาดปลาไหลเผือกไม่ได้เพราะปลาไหลเผือกต้มกินทำให้มีกำลังเดินป่าเดินเขา ใช้รักษาไข้ป่า เวลาที่ปวดท้องอย่างแรง (กระเพาะอาหารอักเสบเฉียบพลัน)ถ้าใช้ต้มกินหรือเคี้ยวกินทันทีอาการจะหายเป็นปลิดทิ้ง หรือถ้ามีอาการปวดท้องจากโรคกระเพาะก็ใช้ได้ผล และพ่อบุญมียังเล่าว่ารากปลาไหลเผือกใช้ในการรักษาตัดไข้ แก้พิษทุกชนิด เช่น พิษแมลงสัตว์กัดต่อย พิษฝี ทั้งฝีภายใน ฝีภายนอก และพุพอง พรานสมัยก่อนจึงมักจะมีรากปลาไหลเผือกตากแห้งติดตัวติดบ้านไว้เสมอ เป็นที่น่าแปลกใจว่า การศึกษาวิจัยสมัยใหม่พบว่าปลาไหลเผือกมีสรรพคุณในการเพิ่มความแข็งแรง ของนักกีฬาได้อย่างชัดเจนด้วย

ปลาไหลเผือกขมสามดอย ยาดีของไทยใหญ่XML:NAMESPACE PREFIX = O />

 

มีครั้งหนึ่งเมื่อต้องเดินป่าไปเก็บยาสมุนไพรกับหมอยาไทยใหญ่ ที่ตำบลเปียงหลวง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ พ่อหมอยาได้พาเดินไต่เขาไปสองสันเขา เพื่อไปดูยาสมุนไพรต้นที่มีชื่อว่า ขมสามดอย อันมีความหมายถึงเดินขาลากไปสามดอยแล้วยังไม่หายขมหรือทำให้มีกำลังเดินได้ถึงสามดอยก็ได้ เจอต้นขมสามดอยของไทยใหญ่ก็เป็นต้นเดียวกับปลาไหลเผือกที่คุ้นเคยอยู่แล้วพ่อหมอยังบอกอีกว่า รากปลาไหลเผือกต้มกินแก้ไข้หนาวสั่น (ซึ่งน่าจะเป็นไข้มาลาเรีย)จะใช้เฉพาะตัวมันตัวเดียวหรือต้มรวมกับงูเห่าเหลือง (เถางูเห่า)ก็ได้ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าใช้รากปลาไหลเผือกต้มกินทำให้หนังเหนียว คงกะพัน บำรุงกำลังอย่างยอด

 ปลาไหลเผือก ยาล้างพิษยาเสพติด

 ปลาไหลเผือกค่อยๆ ถูกลืมไปพร้อมกับการพัฒนาโรงพยาบาลสมัยใหม่แต่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีวัดวาอารามหลายแห่งประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้านในการรักษายาเสพติด โดยนำสมุนไพรแก้พิษของหมอยาโบราณมาใช้ในการดูแลผู้ป่วย สมุนไพรที่นำกลับมาใช้ใหม่ มาในนามของยาสามรากอันประกอบด้วย รากปลาไหลเผือก รากโลดทะนงแดงต้นฮังฮ้อน โดยโลดทะนงแดง (นางแซง) มีสรรพคุณ ถอนพิษยาเบื่อเมา ทำให้อาเจียน ทำให้ถ่าย ปลาไหลเผือก (พญารากเดียว) มีสรรพคุณ แก้ไข้ ถ่ายพิษ บำรุงกำลัง ฮังฮ้อน (พญารากไฟ) แก้เลือดไม่เดินทำให้เลือดเดินสะดวก ทั้งสามอย่างนี้ใช้แก้อาการลงแดงจากยาเสพติด เอายาสามรากฝนกับน้ำมะนาวกินก่อนอาหาร เช้า-เย็นหรือต้มน้ำดื่มก็ได้ ปลาไหลเผือกจึงได้รับการพูดถึงอีกครั้งหนึ่ง

 แต่เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวคราวการจดสิทธิบัตรสมุนไพรที่มีอยู่ในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ในการเป็นยาเพิ่มสมรรถภาพของเพศชายในประเทศสหรัฐอเมริกา… “ปลาไหลเผือก


การศึกษาวิจัยสมัยใหม่

สารสกัดรากปลาไหลเผือกทำให้เกิดการตื่นตัวทางเพศทำให้มีความคงทนในการมีเพศสัมพันธ์ได้นานขึ้นจากความเชื่อของคนพื้นเมืองในประเทศที่มีสมุนไพรปลาไหลเผือกอยู่ เชื่อว่าสมุนไพรชนิดนี้มีสรรพคุณในการเป็นยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งมีการศึกษาทั้งในหนูสูงอายุหนูอายุปานกลาง หนูหนุ่มที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ พบว่ากลุ่มที่ได้รับสารสกัดรากปลาไหลเผือกถูกปลุกเร้าทางเพศและมีความคงทนในการมีเพศสัมพันธ์ได้ดีกว่าหนูกลุ่มควบคุมซึ่งการศึกษาดังกล่าวสนับสนุนการใช้ประโยชน์ของคนพื้นเมืองเหล่านั้น แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีการศึกษาในคนถึง

ประสิทธิผลของสมุนไพรชนิดนี้สารที่มีรสขมในรากปลาไหลเผือกคือ Eurycomalactone, Eurycomanolและ Eurycomanoneทั้งสามชนิดมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อมาเลเรียฟาลซิปาลัม (Plasmodium falciparum) ในหลอดทดลองจากการใช้ของหมอยาพื้นบ้านที่ใช้รากปลาไหลเผือกต้มกินแก้มาลาเรีย และในการศึกษาทดลองหลายการศึกษาพบว่าสารสกัดจากรากปลาไหลเผือกมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อมาลาเรียในหลอดทดลองซึ่งสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากปลาไหลเผือกของคนพื้นเมืองซึ่งต้องมีการหาขนาดที่เหมาะสมและปลอดภัยที่จะใช้ในคนต่อไป

สารสกัดรากปลาไหลเผือกมีฤทธิ์ในการต้านมะเร็ง ต้านเชื้อ HIVในการตรวจสอบเบื้องต้น(Screening Test) สำหรับฤทธิ์การต้านมะเร็งพบว่าสารสกัดปลาไหลเผือกเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งปอด (Human lung cancer (A-549) cell lines)เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งเต้านม (human breast cancer (MCF-7) cell lines)นอกจากนั้นยังมีฤทธิ์ต้านเชื้อ HIV อีกด้วย

สารสกัดรากปลาไหลเผือกมีฤทธิ์กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone)มีการศึกษาวิจัยพบว่า สารสกัดจากรากปลาไหลเผือกกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศชายซึ่งนำไปสู่การจดสิทธิบัตรสารเคมีและวิธีการสกัดโดยมีสรรพคุณในการเพิ่มกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของนักกีฬา

สารสกัดสมุนไพรปลาไหลเผือกได้รับการจดสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกา 

*จดสิทธิบัตรส่วนประกอบของสารสกัดจากพืชในการรักษาอาการหัวล้าน

ในเพศชาย (Male pattern baldness)ในปี ๒๐๐๓ (พ.ศ. ๒๕๔๖)

*จดสิทธิบัตรเป็นยาทาภายนอกในลักษณะ Topical home opathic composition

    ในการเพิ่มระดับของฮอร์โมนเพศชาย Testosterone และฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต

     (Growth hormone) ในปี ๒๐๐๓ (พ.ศ. ๒๕๔๖)

*จดสิทธิบัตรสารเคมีที่มีฤทธิ์ในการกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศชาย ในปี ๒๐๐๔ (พ.ศ. ๒๕๔๗)

*จดสิทธิบัตรส่วนประกอบและวิธีการในการเพิ่มกล้ามเนื้อและความแข็งแรง

     เพิ่มสมรรถภาพของนักกีฬา ลดไขมันและนำไปสู่การลดน้ำหนักในปี ๒๐๐๖ (พ.ศ. ๒๕๔๙)

*จดสิทธิบัตรในการเป็นยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศในรูปแบบของยาเม็ดและยาแคปซูล  ในประเทศสหรัฐอเมริกาโดยมีส่วนประกอบของสารสกัดปลาไหลเผือกร่วมกับตัวอื่น  ในปี ๒๐๐๖ (พ.ศ. ๒๕๔๙)

*จดสิทธิบัตรการปรับระดับฮอร์โมนเพศชาย (Systemic androgen)   ด้วยการใช้ปลาไหลเผือก ในปี ๒๐๐๗(พ.ศ. ๒๕๕๐) 

 

ปิดการแสดงความเห็น

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: